ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจสถานบันเทิงยามค่ำคืน พฤติกรรมการแฮงเอาต์หลังเลิกงานกำลังมุ่งหน้าสู่ความหรูหราและมีเอกลักษณ์ โดยมีการเติบโตของบาร์วิสกี้อย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยม แต่คือสัญญาณที่นักการตลาดต้องตีโจทย์ให้แตก
เครื่องดื่มประจำชาติสก็อตแลนด์ เป็นสัญลักษณ์ของความคลาสสิกมาอย่างยาวนาน แต่นั่นมักทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเข้าถึงยาก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มคนอายุ 25 ปีมองหาสำหรับการสังสรรค์
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองกลาสโกว์เท่านั้น นักการตลาดพยายามอย่างหนักในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ โดยใช้กลยุทธ์ที่ล้ำลึกกว่าแค่การโฆษณา
หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของบาร์แห่งนี้ อยู่ที่การออกแบบเมนูเครื่องดื่มที่ลดแรงเสียดทาน ซึ่ง Mick Quinn เช็กที่นี่ หัวหน้าบาร์เทนเดอร์ได้แบ่งเมนูออกเป็นสามส่วนหลัก
โมเดลธุรกิจนี้มีความคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ "Freemium to Premium"
สถานที่ตั้งในเขตธุรกิจหลัก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นการวางแผนอย่างรอบคอบ และยังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์สก็อตแลนด์แท้ๆ
ปัจจัยสำคัญของการเลือกพื้นที่ประกอบด้วย:
ท้ายที่สุด การทำให้ของเก่ากลับมาเป็นของคูล ต้องการมากกว่าแค่คุณภาพของเครื่องดื่ม และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการสื่อสารที่โดนใจ ที่จะเปลี่ยนจากธุรกิจดั้งเดิมให้กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง